(Prelude) Journey to the end of Uncle Boonmee

เพิ่งจะได้เข้าไปนั่งในโรงภาพยนตร์บนห้างหรู เพื่อดูหนังเรื่องนี้ที่จริงๆแล้วเหมาะกับลิโด้ สกาล่ามากกว่ามาเสียที ตามที่หลายคนมักจะพูดล่ะ หนังเจ้ย "ต้องปีนบันไดดู" "ดูยากเหลือเกิน" "อาร์ทเกินว่ะ" เราเคยหลับเกือบทั้งเรื่องในสัตว์ประหลาด ตอนปีหนึ่งที่ลิโด้ ก็พอเข้าใจเรื่องเหล่านั้นเป็นอย่างดี

.

ทีนี้ช่วงนี้เราจะได้พูดคุยกับเพื่อนหลายคน อย่างไอ้แห้ว หรือไอ้บิ๊ก ในวงเบียร์ เกี่ยวกับเรื่องพุทธศาสนา เรื่องว่าหลักธรรมพวกนั้นมันหมายความว่าอย่างไร ก็พบว่าไอ้ที่เรียนไปตอนเด็กๆ จะไม่เข้าใจก็ไม่แปลก ก็เพราะตอนนั้นยังไม่เคยเห็นชีวิตอย่างที่มันเป็นเลย

แล้วทีนี้ถ้าเรามามองมันอีกทีตอนนี้เราเห็นอะไร

"มีสติก็พอแล้วว่ะ" แห้วว่า ทุกหลักธรรมมันแค่สอนว่าอะไรดีไม่ดี แต่จะใช้หลักพวกนั้นได้ ก็ต้องมีสติ

.

เราพกสติเข้าไปในโรงหนังประมาณนึง เท่าที่พอมีได้ โชคดีว่าชีวิตฟรีแลนซ์จนจน ทำให้ตารางเวลามั่วซั่วของเราได้พบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ประมาณนึงเลยทีเดียว เช่นการตื่นขึ้นมาในสภาพสติเต็มร้อย นอนอิ่ม ในเวลาตอนเย็น และตรงไปดูหนังเจ้ย ส่วนหนึ่งก็เพราะผมโทรไปที่เอสเอฟ เพื่อถามว่าหนังจะยืนโรงอีกนานไหม และคำตอบคือ ต้องดูว่าถ้าพรุ่งนี้ผู้จัดการสาขาจัดตารางให้มี ก็จะมีไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หรือถ้าไม่มี ก็ไม่มีแล้ว

ห่ะ, ผมไม่อยากพลาดประสบการณ์ดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังจริงๆ เพราะจากบทสัมภาษณ์พี่เจ้ยใน way เล่มล่าสุด เขาบอก ให้เขาดูดีวีดีหนังตัวเองเขาก็หลับเหมือนกัน (ฮา) ผมไม่อยากจะพลาดประสบการณ์การเข้าไปเดินทางทางความคิดไปกับหนังของพี่เขาในโรงหนัง

ประสบการณ์ที่ประทับใจคนภาพยนตร์ที่อีกฝั่งหนึ่งของโลก และดูเหมือนจะไม่ค่อยประทับใจคนฝั่งนี้เท่าไรนัก

เลยต้องเด้งตัวจากเตียง เรียกมอไซค์รับจ้าง บึ่งไปถึงโรงหนังอย่างรวดเร็ว

.

ประสบการณ์การดู ลุงบุญมีระลึกชาติ ของผม จึงน่าจะเรียกได้ว่าโตขึ้นกว่าสมัยตอนดูสัตว์ประหลาดเยอะ หนึ่ง ผมไม่หลับ สอง ผมรู้แล้ว ว่าภาพบนจอ และเสียงจากลำโพง ไม่ใช่ทุกอย่างที่หนังเรื่องนี้ต้องการให้เราดู อีกสิ่งที่หนังเรื่องนี้จะพาเราไปดู

ก็คือในจิตใจของเราเอง

ในฉากที่กล้องแช่นานขนาดนั้น คุณจดจ้องภาพบนจอนั้นตลอดได้จริงๆหรือ สติของคุณอยู่ที่ภาพที่คุณเห็นจริงๆหรือ ถ้าใช่ คุณก็ไม่น่าหลับ คุณอาจจะเบื่อ อาจจะเดินออกจากโรง แต่ก็ไม่่น่าหลับ

ก่อนที่จะหลับ ความคิดของเราจะเร่ิมกระเจิดกระเจิง หรือแบบที่เรียกว่าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะแหละ ยิ่งกับมนุษย์ยุคดิจิตอล ที่กลับมาถึงบ้าน ก็อัพข้อความขึ้นเฟสบุคทันที ไม่ต้องมาเขียนดินสอ แก้คำด้วยยางลบอย่างเรา หรือเรียกง่ายๆว่าสมาธิสั้นเนี่ย ไม่ต้องพูดถึง ฉากแช่กล้อง เรียกได้เลยว่า เป็นฉากที่ความคิดของเรากระโดดไปมาสนุกสนานเป็นที่สุด

แน่นอน, เหล่านี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล เราคงไม่มีทางรู้หรอกว่าทิม เบอร์ตันคิดอะไรตอนดูลุงบุญมีในคานส์

เรา คนที่สติยังไม่แข็งแรงนัก ก็สนุกไปกับการนั่งมองมันกระโดดไปมา นึกถึงที่ปลาเคยเล่าให้ฟังว่า ถ้าเรารู้แล้วว่ามันจะกระโดดออกจากสิ่งที่ตั้งใจ ก็อย่าไปพยายามตั้งใจระงับมัน ให้แค่รู้ว่ามันมีขึ้นมา แล้วก็ปล่อยมันไป จริงมากๆ ยิ่งเราพยายามตั้งใจ รู้ตัวว่าเราไม่มีสมาธิ และพยายามเรียกสมาธิกลับมากเท่าไร ก็จะกลายเป็นว่าเรายิ่งเสียสมาธิจากสิ่งตรงหน้าไปกับการพยายามเรียกสมาธินั้นกลับคืนมาเท่านั้น

แค่วางลง

.

สติที่หลุดล่องไปของผม พาไปเที่ยวที่ต่างๆมากมาย ในฐานะที่ดูหนังเรื่องนี้หลังจาก inception จึงช่วยไม่ได้ที่ผมจะมีกรณีเปรียบเทียบมากมายระหว่างสองเรื่องนี้

ก็อะไรประมาณนี้แหละที่จิตใจของผมเตลิดไปมาระหว่างที่ดูลุงบุญมีระลึกชาติในโรงหนังเมื่อสักครู่

 

ต่อจากนี้จะเป็นกรณีเปรียบเทียบที่ผมยังเพิ่งพิมพ์ก็จริง แต่ผมคิดออก (realize) ตั้งแต่ระหว่างที่ดูลุงบุญมีอยู่นี่เอง

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ