this is the land of smile, you know ?

 
 
- 1 -
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ?
เพลงนี้ลอยอยู่ในโลกนานเท่าไรไม่อาจรู้ได้ ผ่านหูผมไปกี่ครั้งไม่อาจนับได้
แต่ผมรู้ ว่ามันมีอยู่
 
 
 
- 2 -
กลางช่วงซัมเมอร์สุดท้ายของชีวิตนิสิต หลังการฝึกงานเสร็จสิ้น
ตามคำชวนทาง เอ็มเอสเอ็นแมสเซนเจอร์
ผมไปยืนเต้นระบำ แหกปากร้องเพลงอยู่ที่ชายหาดหัวหินเป็นชั่วโมง ชั่วโมง
 
เมื่อมีเพลงหลากแนวมาเล่นเรียงคิวให้ยืนฟัง
ราวกับเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่า อะไร ที่ทำให้เพลงบางเพลง แตกต่างจากเพลงอื่นอื่น
 
 
 
- 3 -
วิคิพีเดีย พูดถึงประวัติวงทีโบนไว้ว่า
หลังจากอัลบั้มที่สาม วงนี้ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เปิ้ล นักร้องนำ ผู้ที่เคยฝากเสียงไว้ในเพลง เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
 
 
 
- 4 -
ดีวีดีทีโบน ตั้งอยู่ในหิ้งที่บ้านผม นานพอพอกับเวลาที่ผมย้ายบ้านมาที่บ้านนี้
แรกเริ่มเดิมทีผมไม่ชอบเพลงทีโบน
มันดูจะสดใสสนุกสนานเกินไป และบางเพลงก็ดูฟังยาก เข้าใจยาก เกินกว่าที่จะทำให้ผมสนใจตั้งใจฟัง
 
หลังจากได้เข้าไปสู่วงจรของระบบออฟฟิศสองครั้ง กับสองฤดูร้อน กับสองสถานที่
ผมสรุปได้ว่า การทำงานที่มีคุณภาพ ในปริมาณต่อเวลาที่เยอะ จะนำมาซึ่งเงินที่เยอะ
หรือถ้าไม่งั้นผมก็ควรจะไปศึกษาต่อด้านการบริหาร หรือการเงิน เพื่อจะนำความรู้มาหาช่องทางบางอย่าง
ซึ่งจะทำให้ผมได้เงินมาง่ายดายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
 
ทั้งสองอย่างดูจะไม่ 'ฟิต' กับความคิดของผมมากนัก
เพราะการทำงานในปริมาณต่อเวลาที่เยอะ ไม่ได้นำมาซึ่งคุณภาพที่แท้จริง
(อย่างน้อยก็ในเชิงอารมณ์ของผม ฮ่าฮ่า)
และการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นด้วยระบบ เป็นเรื่องที่ผมขอเลือกว่าจะไม่เล่นเกมแบบนั้นดีกว่า
 
 
 
- 5 -
พี่โหน่ง ทีโบน หรือที่เรารู้จักกันอีกชื่อว่า เดอะโฟโต้สติกเกอร์แมชชีน
กับบทสัมภาษณ์สั้นๆระหว่างเพลง
ภาพพี่โหน่งกำลังขับรถไปตามถนน ภาพภายนอกมองเห็นตึกสูงมากมาย เคียงข้างด้วยรางรถไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็น ฟอร์กราวด์
Q : เป็น จบสถาปัตย์มา ใช่ไหมครับ
โหน่ง : (พยักหน้า)
Q : แล้วทำไมพี่ถึงได้มาเล่นดนตรีได้
โหน่ง : เพราะว่าชอบเรียน แต่ไม่ชอบทำงาน ชอบเรียนสถาปัตย์ แต่ไม่ชอบทำงานสถาปัตย์
โหน่ง : สถาปัตยกรรมเนี่ย หนึ่ง กินพื้นที่โลก สอง ใช้ทรัพยากร บังคับให้ทุกคนยอมรับด้วย
โหน่ง : กูจะทำอย่างนี้อ่ะ ทำไม กูจะทำหน้าตาอย่างนี้อ่ะ ทำไม
โหน่ง : แล้วก็ยัดเยียดความคิดของตัวเองลงไปในสถาปัตยกรรม
โหน่ง : คือพี่ไม่เชื่อในเรื่อง ความเป็นสาธารณะ ไม่ว่าจะในเรื่อง ฟังชั่น หรือในเรื่องความงามเนี่ย มันไม่มีจริง
โหน่ง : เพราะงั้นการที่เราตัดสินใจอะไรลงไปเนี่ย มันอันตราย ดังนั้นจึงเลือกไม่ทำ
โหน่ง : แล้วมาทำเพลง มันไม่ทำร้ายใคร ไม่กินพื้นที่โลก ใครอยากเสพ เสพ ใครไม่อยากเสพ คุณก็ไม่ต้องฟัง
 
 
 
- 6 -
สำหรับวิถีชีวิตที่ทอดอยู่ข้างหน้าผม ก่อนที่ต้องพบกับความเป็นจริงที่รอผมให้ย่างเท้าไป
ผมว่าเพลงของทีโบน ได้ส่งเสียงเพื่อเตือนอะไรบางอย่างเอาไว้แล้วเรียบร้อย
 
ให้เปรียบ บทเพลงที่สนุกสนานเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของทีโบน ก็คงคล้ายกับร่มเงาไม้
ที่พักฟื้นให้เรามีกำลัง พอจะย่ำเท้าตากแดดไปตามถนนแห่งความเป็นจริงต่อไปได้
 
โดยไม่ลืมคำสัญญา ที่เพื่อนร่วมทางของพวกเขาเคยขับขานไว้
 
 
 
 
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ
และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ
 
 
ถนนสายนั้นที่ทอดยาว
มีเรื่องราวของความเป็นจริง
มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง
มีเอาไว้ให้เธอยามอ่อนล้า
 
 
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า
ทะเลสีครามที่ทอดยาว
เห็นความรักฉันบ้างไหม
 
 
 
 
ช้าไปหน่อย, ผมเพิ่งเห็น
 
แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าผมชอบเสพเพลงของวงนี้
 
 
 
เหลือเกิน