once

เลื่อนไหลไปข้างหน้า
ไม่มีรถไฟคันใดวิ่งถอยหลังนอกสถานีจอด
เมื่อเราเองก็ยังเดินทางต่อไปบนรถนี้
เป็นเพียงผู้โดยสารที่ไม่อาจควบคุมรถไฟได้
มีเพียงนานนานครั้งที่รถผ่านบางสถานีและจอด
เราก็จะตัดสินใจลงไปจากรถหรือจะไปต่อได้
 
 
จนกว่าจะถึงบางจุดที่เป็นเหมือนเช็คพ้อยต์
หลักกิโลระหว่างทาง
จุดชมวิวที่งดงามและชวนให้หยุดพักการเดินทางและจ้องมอง
เราก็คงต้องเดินทางต่อไปเรื่อยๆ
 
 
ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึง เป้าหมายที่ตั้งใจ
จนเมื่อเนิ่นนานไป ก็ไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ คือสิ่งนั้น
 
 
เรากระโดดขึ้นนั่งรถไฟขบวนเดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง
บางคนก็มี บางคนก็ไม่มี
บางคนก็หา บางคนก็ไขว่คว้า บ้างก็ไม่สนใจ
รถไฟคือการเดินทางร่วมกันของกลุ่มคน
คนที่อาจจะไม่เคยสนใจจะคุยด้วย คนที่ถูกชะตา
คนที่เราหลงรักตั้งแต่พบหน้า หรือคนที่กลายเป็นเพื่อนที่ดี และอาจจะจืดจางกันไป
 
 
บางคนก็อ่านหนังสือ ฟังเพลง อยู่กับตัวเอง
บางคนก็นั่งคุยเรื่อยเปื่อย คิดถึงอดีต พูดถึงอนาคต บ่นถึงวันที่ผ่านมา
บางคนหยิบกีต้าร์ร้องเพลง บรรเลงเพลงประสานเสียงเครื่องจักร
หรืออาจจะแค่มองไปที่ทิวทัศน์ ลับตา
 
 
เมื่อถึงสถานีทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป
คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หรืออีกด้านของทางเดิน ก็จะต้องไปตามทางของเขา
เราซึ่งมาคนเดียว ก็จะต้องลงจากรถไฟคันนี้และไปยังจุดหมายที่เป็นของเราคนเดียว
 
..งั้นหรือ ?
 
 
ก่อนจะลงจากรถไฟ
ชายหนุ่มตัดสินใจย้อนขึ้นไปบนรถไฟ
'ถ้าคุณไม่รังเกียจ ทำไมเราไม่ลงไปเที่ยวเมืองนี้ด้วยกันก่อน แล้วพรุ่งนี้คุณค่อยนั่งรถไฟไปต่อ'
 
'ฟังดูน่าสนุกดีนะคะ'
 
 
รถไฟเที่ยวหนึ่ง จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
นั่นเป็นกฎของเวลา
แล้วมันก็จะผ่านพ้นไป
 
 
เราเลือกได้แค่ว่า
อย่างไร