Glowing sole

เคยไหมที่บางครั้งชีวิตก็เหมือนจะสุดโต่งขึ้นมา
เหมือนเวลาเป็นลูกบิดโวลุ่ม แล้ววันนึงที่จู่จู่มันก็ถูกบิดไปจนสุดเต็มขีด
 
อย่างมีอยู่ทีที่ผมฟัง glosoli ของ sigur ros ตอนซ้อนมอไซค์รับจ้างเข้าซอยบ้าน
แล้วจู่จู่พอถึงท่อนที่ระเบิดเสียงกีต้าร์ออกมาตอนท้ายเพลง
ในจังหวะเดียวกันกับที่พี่มอไซค์บิดสุดตัวบนทางตรงแสนโล่งพอดี
 
ดื่มด่ำกับความมันที่ผสานกันสองอย่างได้ไม่กี่วิก็ฉุกคิดเรื่องโน้นนี้ได้ขึ้นมา
ถึงกับแฟลชแบคภาพในหนัง sunshine บางฉาก
แล้วคิดว่า เฮ้ย เกิดมอไซค์แม่งล้มแล้วกูตกไปตายตอนนี้ แม่งโคตรเข้ากับเพลงเลยว่ะ
แล้วตอนล้มนี้ต้องภาพสโลว์ด้วยนะ แต่เสียงเพลงเร็วเท่าเดิม
พอคิดไปจนถึงว่า จะตายเลยหรอวะ มือก็จับที่มือจับแน่นขึ้น หลังค้อมตัวลดแรงต้านลม
นี่มันยังไม่อยากตายนี่หว่า
 
แล้วผมก็ยังถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
แล้วดำเนินชีวิตสามัญต่อ
.
.
.
.
.
หรืออย่างช่วงนี้ที่เจอกับเพื่อนเก่าเก่า หลายหลายคน
เพื่อนโรงเรียนเก่าบางคนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีโอกาสได้พูดคุยกันอีก
 
ไม่รู้สิ ความรู้สึกมันคล้ายกับตอนที่ซ้อนมอไซค์คราวนั้น - เพียงแต่ยาวนานกว่า
 
คล้ายว่าอะไรกำลังจะจบลง
 
คล้ายว่าบางอย่างกำลังจะเริ่มต้น
 
 
แต่ไม่รู้ว่า มันคืออะไร
ชีวิตยังคงดำเนินอยู่อย่างสามัญ
.
.
.
พระอาทิตย์ยังคงวิ่งขึ้นจากขอบฟ้าสู่ขอบฟ้าด้วยความเร็วเท่าเดิม
เช่นเดียวก้อนเนื้อในอกยังสูบฉีดเลือดด้วยความเร็วไม่ต่างจากเดิมนัก
 
จะต่างก็คงที่จำนวนครั้งที่มันเคยบีบหดและยืดขยายพองตัว
อาจจะไม่ยาวนานเท่ารอบของดวงอาทิตย์
 
 
 
ชีวิตแสนสั้นก็ยังย่ำยืนอยู่กับที่ ไม่มีอะไรใหม่
 
 
 
 
 
 
 
แต่ก็นะ, ใครเล่าเลยจะรู้
 
ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร