leave your mother alone

 
 
อวม ชอบนอนเป็นชีวิตจิตใจ
อาหารโปรด คือ สรรพสิ่งที่อยู่ในข่ายอาหาร
กิจกรรมโปรด คือ การกิน และนอน
รวมไปถึงการอยู่เฉยๆด้วย
 
ความเป็นจริงคือชีวิตคนเรามีอะไรมากกว่านั้น
และอวมก็มีชีวิตอยู่ในโลกของความเป็นจริง
 
คืนนี้เป็นคืนเงียบสงัด
ท้องฟ้าสีหม่นแห่งเมืองกรุง ถูกย้อมด้วยแสงสีสาดส่อง
ลำแสงแรงสูงกว่าล้านวัตต์ (มั้ง) ยิงสูงสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ โลดเต้น โดดเด่น
คล้ายความทะเยอทะยานอันร้อนแรง และเดียวดาย
 
อวมคงนั่งดูทีวีกินอะไรซักอย่างอยู่ ถ้าไม่ใช่ว่าซอยบ้านเขาดัน ไฟดับ
ภาพที่นอกหน้าต่างคงดึงดูดสายตาของอวมอยู่เนิ่นนาน
แต่ใจของเขาเตลิดไป ณ ดินแดนแสนไกล
 
เวลาที่หัวใจของเขาเต้นแรง พลังกาย พลังใจ พุ่งพล่าน
ก็คงไม่ต่างจากแสงไฟตรงหน้า
ร้อนแรงเคลื่อนไหว แต่ท้องฟ้ามืดหม่นยังคงหนาหนักไม่แปรเปลี่ยน
โลกภายนอกสำหรับเขา คล้ายหินผาชันใหญ่ที่ยากยิ่งจะเคลื่อนย้ายลบเลื่อน
ฉะนั้นเขาจึงเลิกล้มความคิด และนั่งลง ช่างแม่ง
กิน แล้วก็นอน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยี่สิบนาทีผ่านไป
ไฟฟ้ายังไม่มีวี่แววจะมา
อากาศเริ่มร้อนอับ เขาจึงเดินออกไปที่ระเบียง
บ้านตึกแถวของเขาแม้จะอยู่กลางเมือง แต่ในซอยก็มีรถไม่พลุกพล่านนัก
เมื่อเทียบกับอากาศก้อนหนาหนักในห้องนอนเขาสักครู่ มลพิษอ่อนๆที่ระเบียงยังสดชื่นกว่ากันเยอะ
 
บ้านข้างเคียงทั้งซอยต่างก็มืดมิด แม้แต่ไฟถนนก็พาลดับไปด้วย
เขาเดินเข้าไปเกาะราวระเบียงแล้วเหม่อมองไร้จุดหมาย
 
เมื่อดวงตาเริ่มคุ้นกับความมืด
เขาก็เริ่มแสงไฟอ่อนๆจากบ้านตรงข้าม
ทันใดเขาสาดสายตาอีกครั้ง
ทุกบ้านในซอยต่างก็มีแสงอ่อนๆนั้นภายใน
คงเป็นแสงเทียนจากคนในบ้าน
 
 
แสงดวงเล็กบนพื้นดินดูคล้ายแสงดาวไม่กี่ดวงที่ฝ่าแสงเมืองกรุงเข้ามาได้
 
 
 
 
นิ่งงันและอบอุ่น
ไม่ได้เสียดแทงไปสู่สิ่งใด
แค่ฉายแสงเท่าที่สามารถ มอบให้แค่ที่ต้องการ
แม้โลกจะยังคงมืดมน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แสงนีออนเหนือหัวกระพริบ
เสียงทีวีดังขึ้นอีกครั้ง
บ้านข้างเคียงค่อยๆสว่างขึ้นพร้อมๆกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วโลกก็หมุนไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ช่างแม่ง