so me things happen

เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งเรื่องราวซ้ำซ้ำก็เกิดขึ้นกับผมอย่างคุ้นเคย
คงเป็นเพราะตัวผมเอง
 
ปีนี้รับวันด้วยการปั่นตีพสีน้ำส่งหลังจากขาดส่งมาหลายงาน
ฝีมือก็สุดด้อยตามเพื่อนๆชักไม่ทัน
แล้วยังดันเลือกรูปยากซะอีก
จนเช้าก็ไปส่ง
 
ส่งเสร็จก็ไม่รู้จะทำอะไร
วันนี้ไม่น่าจะเป็นวันที่ถูกปล่อยให้ผ่านไป
แต่กลับกันก็เป็นวันที่ไม่มีอะไรให้ทำเลย
(ความจริงต้องทำแบบ แต่ไม่มีทางซะหละ)
 
เข้าไปในห้องคอมเพื่อเปิดเวปดูรอบหนัง
 
พอเที่ยงตรงก็มุ่งหน้าไปมาบุญครอง
music & lyric
ตลกมาก น่ารักมาก ทั้งฮิวจ์ แกรนต์ และ ดรูว์ แบรี่มอร์
ทั้งเนื้อเพลงและดนตรี
ออกมางี้แบบว่าเต็มเลยความรู้สึก
 
หลังจากออกจากโรงหนังก็เดินไปดูร้านการ์ตูน
มิยูกิพิมพ์ใหม่!!!!
 
โอ้ววว
เดินตรงเข้าไปหยิบมาทันทีที่เห็น
ควักตังซื้อแบบไม่คิดเลย
 
มิยูกิ
มีความหลังกับเรื่องนี้นะเนี่ย
ยังไม่ถึงปีแต่นานเหมือนตลอดไปเลยแฮะ
 
เสร็จแล้วก็กลับคณะไปนั่งเล่นต่อ
ก็กินข้าวไปจานนึงแล้วก็บิ๊กก็โทรมา
ชวนไปดูบาเบล
 
ไป
 
เดินไปลิโด้เจอคุณโบบานกะลังจะซื้อมิยูกิพอดี
(ไปดูบาเบลเลยเจอโบบาน เอ้ยย!)
เลยได้ค้นพบแฟนอาดาจิเพิ่มขึ้นอีกคน
สงสัยใกล้จะก่อตั้งสมาคมได้แล้วมั้ง
 
ก็เข้าไปร้านเกม
เพิ่งเคยเห็นเครื่องเอ๊กซบอกซ
เจ๋งมาก ภาพละเอียดนิ้ง
เล่นจอบะเร่งยังแบบว่ารายละเอียดยิบๆๆเลย
 
ก็นั่งอยู่กะเบกะดิ๊วที่รอเล่นเอกซบอกซ
จนพอหนังจวนจะเข้าก็เข้าโรงไปดู
 
Babel
แม่งเครียดว่ะ
พลอตก็ไบโอสโคปแม่งก็เผยหมดแล้วว่าแม่งพันกันยังไง
เลยไม่ได้ชอบอะไรเท่าไร
แต่จนจบก็มีได้อารมณ์แค่ตอนที่จบสุดท้ายเลยนั่นแหละ
 
จบละจะไปกินฮาจิบังกะบิ๊ก
แล้วซักพักโอก็ตามมากินด้วย
สมทบด้วยเฮนรี่ ป้าย และเพื่อนเฮนรี่
แต่ยังไม่ทันกิน
ก็รีบออกมาเพราะ
หนังจะเข้าแล้ว
 
Perfume
นึกว่าจะไม่ได้ดูแล้วแม่ง ดูเอารอบสุดท้ายเลยก่อนหนังออก
หนังคนบ้า!!
มันสุดสุดแต่ละฉากแต่ละชอตแต่ละมุมกล้อง
ชอบจริงจังเรื่องนี้
(ดูแล้วรู้สึกจมูกบานขึ้น เพราะเค้าดมทีก็จะดมมั่ง)
 
 
 
 
 
 
 
 
หนังสามเรื่องก็คงทำให้วันนี้ไม่ธรรมดาเกินไปล่ะน่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กลับบ้าน
หยิบชอกโกแลตที่ซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็นตั้งนานแล้วมากิน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชีวิตจริงแม่งธรรมดา ฉิบ