My Diary to My Space

วันนี้จัดห้องใหม่ ได้ตู้ใหม่มาชุดนึง ห้องเป็นระเบียบขึ้นแยะเลย
จัดไปจัดมา เจอไดอารี่สมัยตอนมอปลาย
เปิดอ่านแล้วนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
บางทีอ่านแล้วก็รู้สึกเขินๆตัวเองว่าทำไปได้
เรื่องราวในนั้นหลายเรื่อง ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เรื่องที่ชาญฉลาดเข้าใจสถานการณ์อะไรนัก
แต่ก็ช่างตรงไปตรงมา
เป็นคำที่รู้สึก คิด อย่างนั้น ในเวลานั้นจริงๆ
พอมาเปรียบเทียบกับตอนนี้แล้วก็น่าประหลาดใจ
แค่ความรู้สึกเดียวที่รู้สึก กลับต้องมาเลือกเฟ้นสรรหาคำ หาวิธีการ มากมายเพื่อสื่อออกมา
 
จำมาจากมูแรงรูจหรือเพอฮาฟเลิฟเนี่ยแหละ
"นักการเมืองกับศิลปินต่างกันอยู่ที่หนึ่ง
คือ ศิลปิน สรรหาคำโกหกมากมายเพื่ออธิบายความเป็นจริง
ในขณะที่ นักการเมืองนั้นจะ โกหกเพื่อปกปิดมัน"
ศิลปะอาจเป็นคำโกหกที่บอกเล่าความจริง
เรื่องราวในฝันเหนือจริง ความหมายที่ไม่อาจบังเกิดขึ้นได้ในโลก
และความรู้สึกของผู้คน ที่ ล้ ว นไ ม่ ต่ า ง กั น
 
คงพอจะเรียกได้ว่า ความจริง
 
แต่อะไรคือดี อะไรคือถูก
เป็นศิลปะ เข้าใจยาก ต้องเลือกเฟ้นคำสื่อความ เพื่อนำไปถูกถอดรหัสตีความต่อไป
นั่นคือดี ?
ไม่แน่นอนเสมอไป
ก็ไม่ทุกครั้งไปที่เราต้องมานั่งกลั่นกรองความหมายจนหมดค่าความรู้สึกไป
กลับกัน หลายๆครั้ง งานที่ออกมาจากความรู้สึกชั่ววูบนั้นอาจจะลึกเสียกว่า
ด้วยความตรงไปตรงมา คำที่มีความหมายบ่งบอกถึงความในใจอย่างแท้จริง
ถึงแม้มันจะไม่ได้เข้ารหัสไว้ก็เถอะ
บางครั้ง สิ่งดีดี ก็ง่ายเกินไปที่จะถูกสรรค์สร้าง
 
ความดีของใครก็ใครก็วัดกันไป
แต่ยังไงก็พึงระลึกไว้ว่าถึงอย่างไร
ใจคนจะต่างกันซักเท่าไร
 
จะซักเท่าไรกันเชียว