sick and tired

เป็นแต่อะไรที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่
อยู่ตรงกลางที่พอดีไม่ใช่อะไร
ทั้งว่างเปล่าและเปล่าเปลี่ยว
พอดีที่จะรู้ว่าตัวเองไม่รู้
พอดีที่จะเข้าใจว่าตัวเองไม่เข้าใจ
พอดีที่จะรู้ว่าหลังกำแพงข้างหน้ามีอะไรแต่ก้าวข้ามไปไม่ได้
 
เหน็ดเหนี่อยและเหน็ดหน่าย
จำเป็นต้องแสดงแต่สิ่งที่ดูดีและเก็บตัวตนไว้ซักที่
จำเป็นต้องเข้ากับสภาพแวดล้อมมากกว่าจะเข้ากับความรู้สึกของตัวเอง
เพราะเราต้องอยู่ร่วมกันกับคนอื่น
แต่นั่นหมายความว่าต้องทิ้งตัวตนตัวเองไว้ซักที่งั้นหรือ
การที่เป็นคนที่ชัดเจนอาจจะมีทั้งคนที่ชอบและเกลียด
การคิดซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยเรื่อย สุดท้ายมันอาจจะลึก
แต่ถ้าสุดท้ายความคิดนั้นไม่ได้แสดงออกมา
มันก็เหมือนต้นไม้ต้นเล็กๆที่หยั่งรากใหญ่เกินตัว
มีแต่รากแต่ไม่แสดงตัวสู่โลก
เป็นหัวมันก้อนหนึ่งที่ไม่มีใครขุดเกิด ตาย และเน่าอยู่ในดิน
ชีวิตจะมีความหมายด้วยเพียงแค่นั้นหรือ
ถึงจะบอกว่าต้นไม้ใหญ่หรือหัวมันก็มีค่าเท่ากัน
แต่ก็ยังอยากจะเป็นต้นไม้ใหญ่
 
สุดท้ายเราจะยอมรับตัวตนที่คั่งค้างหรือจะดิ้นรนสู่ความเป็นสิ่งที่อยากเป็น
ทางไหนคือหนทางที่เราจะยอมรับตัวเองได้
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นไป บางคนบอก
ขณะที่บางคนก็ว่า ช่างแม่งกูมีความสุขดี
 
อยากจะดิ้นไปสู่ความหมายที่ค้นหา
หรือคนเราจะดิ้นอย่างไม่รนได้
ดิ้นอย่างมีความสุข
ได้ไหม
 
เต้นรำเหมือนดั่งไม่มีคนมอง
ร้องเพลงให้ดังกว่าทุกคน
และจะรักราวดังโดนต้องมนตร์
 
ชีวิตจะสุขต้องใช้ให้สุด
 
 
หรือจะจริง
คงต้องลองดู